เส้นทางการเดินทางคราวนี้คือ.. เราออกเดินทางจากอำเภอขามสะแกแสง โคราชเวลา 6.30 น. ผ่านอำเภอโนนสูงออกไปทางวัดบัว เข้าสู่ถนนสายมิตรภาพ ผ่านจังหวัดขอนแก่นมุ่งหน้าไปทางเขื่อนอุบลรัตน์ วัดแรกที่ไปถึงเมื่อเวลา 9.19 น.คือวัดพระบาทภูพานคำ
วัดพระพุทธบาทภูพานคำ เป็นวัดที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองและพระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่บนยอดภูพานคำ ใกล้ทางเข้าเขื่อนอุบลรัตน์...
ตั้งอยู่บริเวณไหล่เขาภูพานคำ อำเภออุบลรัตน์ เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองในมณฑป และ พระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่ หรือหลวงพ่อใหญ่ สูง 14 เมตร อยู่บนยอดเขา มีบันไดทางขึ้นจากลานวัดไปยังยอดเขาจำนวน 1,049 ขั้น หรือจะขับรถยนต์ขึ้นไปถึงยอดเขาก็ได้ บนยอดเขามองเห็นทัศนียภาพทะเลสาบเขื่อนอุบลรัตน์ได้สวยงาม
การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปเขื่อนอุบลรัตน์ ก่อนถึงประตูทางเข้าบริเวณเขื่อนจะมีป้ายวัดอยู่ด้านซ้ายมือ หรือจะใช้ทางเข้าวัดซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาลอุบลรัตน์ก็ได้
เมื่อไปถึงจึงเข้าไปกราบเจ้าอาวาส ท่านบอกว่าขณะนี้กำลังก่อสร้างมณฑปใหม่ สามารถขับรถขึ้นไปได้เลย เราจึงได้มีโอกาสไปกราบบูชารอยพระพุทธบาท
ในพิธีตักบาตรเทโว จะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปและใส่บาตรตลอดเส้นทางลงตามบันได
คลิกชมภาพที่ http://www.ubolratanamuni.org/
จากนั้นเราก็เดินทางต่อไปถึง"ปโมทิตะเจดีย์ พระบรมสารีริกธาตุ " วัดป่าหลวงปู่หลอด เวลา 10.37 น.
จุดหมายต่อไปคือวัดถ้ำกลองเพล หลวงปู่ขาว อนาลโย ขับรถไปตามถนนเลียบเขื่อน ผ่านสุสานหอยล้านปี แล้วก็ถึงปากทางเข้าวัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู
ถวายสังฑทานแด่สามเณร กราบอาจารย์หมออวย แล้วก็เดินทางต่อไปยังวัดพระธาตุบังพวน อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย
ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watprathatbangphuan.com/index.php
ดูรายละเอียดได้ที่ http://blog-of-opun.blogspot.com/

เราขับรถไปตามถนนริมแม่น้ำโขง สามารถมองเห็นได้ในระยะสายตา พอเข้าเขต อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ซึ่งห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 90 ก.ม. ก็เจอวัดหนึ่งชื่อวัดเทพวิมุติ ตั้งอยู่ติดริมน้ำก็เลยจอดรถเข้าไปกราบพระ ทำบุญ ดูชาวบ้านที่กำลังหาปลาในแม่น้ำ ตลอดเส้นทางสายนี้ จะมีจุดชมบั้งไฟพญานาคตลอดทาง
หลังจากนั้นไม่นานเราก็พบวัดที่มีลักษณะพิเศษโดดเด่นมากเนื่องจากมีหินก้อนขนาดมหึมาอยู่เต็มไปหมด เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก อยู่ที่ อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ชื่อวัดอาฮงศิลาวาส เรียกว่าเป็นสะดือแม่น้ำโขง เป็นจุดที่ลึกที่สุด เป็นแอ่งน้ำวนอันตรายที่สุด เป็นจุดชมบั้งไฟพญานาคที่สวย มีที่พักด้วย
เมื่อออกจากวัดอาฮงเราเดินทางต่อไป จุดหมายปลายทางคือ พระธาตุท่าอุเทน พระธาตุเรณูนคร และพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ขับรถใช้เวลากว่าสองชั่วโมง เป็นช่วงที่ยาวที่สุด เราถึงพระธาตุ
ท่าอุเทนประมาณเที่ยงครึ่ง เป็นพระธาตุที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง
จากวัดท่าอุเทนไปอีกไกลพอสมควร ลูกโทรบอกให้ลองไปวัดพระพุทธบาทเวินปลา เราไม่ค่อยแน่ใจนักว่าจะหาพบได้อย่างไร สุดแล้วแต่บุญก็แล้วกันไม่นานเราก็เห็นซุ้มประตูทางเข้าหมู่บ้าน ช่วงเดือนตุลาคมนี้ไม่สามารถเห็นรอยพระพุทธบาทได้ หากต้องการสักการะต้องมาในช่วงเดือน มกราคม ถึงเดือนพฤษภาคม เดือนเมษายน ช่วงสงกรานต์จะเหมาะที่สุด โดยจะมีเรือนำไปบูชารอยพระพุทธบาท กลางลำน้ำโขง
ลองศึกษาข้อมูลได้ที่นี่ค่ะ http://www.tamroiphrabuddhabat.com/
และที่ http://www.baanmaha.com/
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tessabanrenu.com/temple.html
พระธาตุพนม ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารในเขตอำเภอธาตุพนม ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 50 กม.(ทางหลวงหมายเลข 212) ผลจากการขุดค้น ทางโบราณคดีลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ.1200-1400 ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ลักษณะของ สถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอม และได้ทำการบูรณะเรื่อยมา
ในปี พ.ศ.2485 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ขึ้นเป็น"วรมหาวิหาร" ต่อมาในวันที่ 11สิงหาคม 2518 เวลา 19.38 น.พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์ เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนมและประจวบ กับระหว่างนั้นฝนตกพายุพัดแรงติดต่อมาหลายวัน ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม การก่อสร้างนี้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2522
นอกจากพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในองค์พระธาตุแล้ว ยังมีของมีค่ามากมายนับหมื่นชิ้นโดยเฉพาะฉัตรทองคำ บนยอดพระธาตุ มีน้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม ปัจจุบันองค์พระธาตุสูง 53.60 เมตร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงแลดูสง่างาม งานนมัสการองค์พระธาตุเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 12 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี
ที่มา http://www.geocities.com/wnicha/special.htm
ที่มา http://www.geocities.com/wnicha/special.htm
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ http://www.heritage.thaigov.net/religion/pratat/index06.htm
เราออกเดินทางจากพระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เมื่อเวลา 16.00 น. กลับถึงบ้านที่อำเภอขามสะแกแสงเวลา 22.00 น.